Home » ชีวิตหลังเรียนจบ » การเข้าสู่อาชีพการทำงาน » ทักษะอะไรที่นายจ้างต้องการ

ทักษะอะไรที่นายจ้างต้องการ

Young woman giving a presentation to three colleagues in a meeting room

ทักษะอะไรที่นายจ้างต้องการ ?

บทความนี้ ผู้เชี่ยวชาญจากเว็บไซต์ Graduate Prospects ซึ่งเป็นเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสหราชอาณาจักรที่แนะนำชีวิตการทำงานสำหรับบัณฑิตจบใหม่ได้ชี้ให้เห็นถึงทักษะที่นายจ้างในทุกๆ สาขาอาชีพต้องการจากบัณฑิตจบใหม่ ดังต่อไปนี้

ทักษะทั่วไป

มีผลสำรวจมากมายที่ทำการสำรวจทักษะที่นายจ้างต้องการจากว่าที่พนักงาน รวมถึงคุณสมบัติที่มองหาจากผู้ที่มาสัมภาษณ์งาน โดยทักษะ ความสามารถ และพฤติกรรมในการทำงานที่นายจ้างต้องการมีดังต่อไปนี้:

  • การทำงานเป็นทีม
  • การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
  • การสื่อสาร
  • การบริหารจัดการเวลา
  • ทักษะด้านไอที/ คอมพิวเตอร์
  • ความสามารถในการรับรู้ความต้องการของลูกค้า

ทั้งนี้ทักษะและความสามารถที่กล่าวมาข้างต้นนั้นเป็นทักษะทั่วไป หรือทักษะเบื้องต้น กล่าวคือเป็นทักษะที่จำเป็นต่องานเกือบทุกสาขาอาชีพ

อย่างไรก็ตาม ทักษะต่างๆ นั้นยังขึ้นอยู่กับความต้องการเฉพาะของแต่ละสาขาอาชีพด้วย ตัวอย่างเช่น การสื่อสารเป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับทุกๆ งาน แต่หากคุณตั้งใจจะทำงานที่เกี่ยวข้องกับการขาย การสอน และการเจรจาต่อรอง คุณจำเป็นต้องใช้ทักษะการสื่อสารในระดับที่สูงขึ้นไปอีก โดยทักษะนี้อาจจำเป็นต่อการทำงานมากกว่าทักษะการทำงานเป็นทีมอีกด้วย

 

ทักษะเฉพาะทาง

‘ทักษะเฉพาะทาง’ เป็นทักษะที่แต่ละอาชีพต้องการแตกต่างกันออกไป เพื่อใช้ในการประกอบอาชีพนั้นๆ ซึ่งอาจหมายถึงทักษะการใช้เครื่องมือ หรือความรู้ในสาขาเฉพาะทาง (อาทิ กฎหมาย การแพทย์ หรือการสอน)

ทั้งนี้ทักษะที่นายจ้างต้องการมักขึ้นอยู่กับความต้องการขององค์กร รวมถึงงานที่คุณสมัคร ตัวอย่างเช่น บริษัทกฎหมายต้องการให้พนักงานทุกคนมีทักษะการสื่อสารที่ดี แต่สำหรับคนที่ต้องการจะรับการฝึกอบรมเพื่อเป็นทนาย (Barrister) จำเป็นต้องมีทักษะการว่าความชั้นสูง หรือหากต้องการเป็นที่ปรึกษากฎหมาย (Solicitor) จำเป็นจะต้องมีทักษะการสัมภาษณ์ชั้นเยี่ยม (ข้อมูลเพิ่มเติม  การเรียนกฎหมาย: อาชีพ)

 

จากที่กล่าวข้างต้นนั้น จะเห็นได้ว่า แม้ทักษะทั่วไปยังต้องขึ้นอยู่กับบริบท (องค์กรและบทบาท) ดังนั้นบริษัทที่จะเข้าทำงานจึงเป็นตัวแปรสำคัญที่ต้องคำนึง เพื่อจะได้ทราบว่า มีทักษะอะไรบ้างที่ต้องใช้ในการทำงาน

 

ทักษะความเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurial) และทักษะความเป็นผู้ประกอบการภายในองค์กร (Intrapreneurial)

นอกจากที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว นายจ้างยังคาดหวังให้บัณฑิตจบใหม่มีทักษะความเป็นผู้ประกอบการอีกด้วย ทั้งนี้คำว่า “ความเป็นผู้ประกอบการ” (Enterprising) หมายความว่า เป็นผู้ที่สามารถทำงานได้ด้วยตัวเอง และมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการดำเนินกิจการต่างๆ

อย่างไรก็ตามในฐานะลูกจ้าง คุณสามารถเป็นผู้ประกอบการภายในองค์กร (Intrapreneurial) ได้ โดยในบริบทนี้หมายถึง การเป็นผู้ที่มีทรัพยากรความคิดที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กร ทั้งนี้ปัจจุบันว่า มีนายจ้างจำนวนมากขึ้นที่มองหาทักษะเหล่านี้จากผู้ที่มาสัมภาษณ์งาน

หากคุณต้องการแสดงทักษะความเป็นผู้ประกอบการภายในองค์กร (Intrapreneurial) พยายามแสดงให้เห็นว่า คุณมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้:

  • มีความคิดเป็นของตัวเอง และมีความรับผิดชอบ
  • คิดแก้ปัญหาได้อย่างสร้างสรรค์
  • เป็นผู้นำตัวเองและเพื่อนร่วมงานด้วยวิธีการใหม่ๆ
  • สามารถตั้งรับกับความไม่แน่นอนได้
  • มีความคิดริเริ่ม และพร้อมสร้างความเปลี่ยนแปลง
  • แสวงหาความท้าทายใหม่ๆ อยู่เสมอ

 

จับคู่ทักษะกับงานที่คุณต้องการ

การใช้สถานที่ทำงานที่คุณอยากทำเป็นตัวตั้งเป็นวิธีการหนึ่งที่จะทำให้คุณรู้ว่านายจ้างต้องการอะไร คุณจำเป็นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ทักษะที่นายจ้างต้องการนั้น แท้ที่จริงแล้วหมายความว่าอย่างไร จากนั้นก็พยายามแสดงออกให้เห็นว่าคุณมีทักษะเหล่านี้อย่างถูกต้องเหมาะสม

ตัวอย่างเช่น คำว่า “ความคิดสร้างสรรค์” สำหรับเอเจนซี่โฆษณาและบริษัทไฟฟ้าอาจจะมีความหมายที่แตกต่างกันออกไป เพราะสำหรับนายจ้างบริษัทไฟฟ้าแล้ว ความคิดสร้างสรรค์อาจหมายถึง การใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ไขปัญหา ในขณะที่เอเจนซี่โฆษณาอาจหมายถึงความคิดสร้างสรรค์ในการเขียน คิดภาพ และสร้างสรรค์ภาพยนตร์

ตัวอย่างอีกหนึ่งเรื่อง คือการริเริ่มสร้างสรรค์ หรือการมีปฏิภาณไหวพริบ อาจเป็นที่ต้องการสำหรับบางองค์กร ส่วนในบางองค์กร นายจ้างอาจมองว่า “การริเริ่มสร้างสรรค์” มาพร้อมกับ “ความเสี่ยง” ดังเช่น ในมุมมองของอุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ ซึ่งจำเป็นต้องปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆ อย่างเคร่งครัด การเปลี่ยนแปลงและการมีแนวคิดใหม่ๆ อาจจะเป็นไปได้น้อยกว่าในอุตสาหกรรมบันเทิง

ดังนั้น เมื่อต้องการแสดงทักษะและความสามารถที่คุณมี ให้ดูที่นายจ้างที่ทำการสัมภาษณ์คุณเป็นหลัก วิธีการเตรียมตัวที่ดีที่สุดคือการหาข้อมูลบริษัทก่อนไปสัมภาษณ์ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยอาจจะดูที่เว็บไซต์บริษัท บล็อก และในโซเชียลมิเดียต่างๆ ซึ่งมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากมาย ทั้งเรื่องนโยบายของบริษัท และวัฒนธรรมองค์กร